หนังออนไลน์ Catch Me If You Can ไล่จับอาชญากร โคตรอัจฉริยะ

, , Leave a comment

อีกหนึ่งภาพยนตร์ หนังออนไลน์ ที่สร้างมาจากเรื่องจริง เพียงแต่ว่ามีกลวิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ ทำให้เป็นเหมือนภาพยนตร์เรื่องแต่ง ที่มีจังหวะในการเล่าเรื่องที่ดี มีปัญหาเข้ามาแบบถูกจังหวะ ทำให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้น อยากติดตาม รวมทั้งฉากการไล่ล่าผู้ร้ายเพื่อลากคอมารับบทลงโทษให้ได้ ถ้าคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง มีการเล่าเรื่องที่น่าติดตามสนุกสนาน เฮฮา อย่าพลาด Catch Me If You Can เด็ดขาด 

Catch Me If You Can แน่จริงก็เข้ามาจับสิจ๊ะ 

Catch Me If You Can เป็นภาพยนตร์อาชญากรรม ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวประวัติบุคคลอเมริกันคนหนึ่ง ซึ่งกำกับ และอำนวยการสร้าง โดย Steven Spielberg จากบทภาพยนตร์ของ Jeff Nathanson ภาพยนตร์เรื่องนี้ นำแสดงโดยรูปหล่อแห่งวงการ Leonardo DiCaprio สมัยยังละอ่อน และลุง Tom Hanks อีกหนึ่งตำนานคู่วงการเช่นเดียวกันโดยเค้าโครงของภาพยนตร์เรื่องนี้ มีพื้นฐานมาจากชีวิตของ Frank Abagnale แต่ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลง และเสริมเติมแต่งไปบ้าง ซึ่งก่อนวันเกิดปีที่ 19 ของเขา เด็กหนุ่มผู้นี้ประสบความสำเร็จ ในการสร้างข้อตกลงมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ โดยเขาได้ถูกวางตัวในฐานะนักบิน ของสายการบินแพนอเมริกันเวิลด์แอร์เวย์ สำหรับอาชญากรรมที่สำคัญที่สุดของเขา คือ การตรวจทุจริตได้แบบแนบเนียน เขากลายเป็นคนที่มีทักษะสูง และหลอกคนได้แบบมืออาชีพ จนในที่สุด FBI ก็ได้มาชวนเขาทำงานเพื่อสืบงานอื่น ๆ ต่อไป

ดูหนังออนไลน์

เรื่องย่อ 

ย้อนไปในปี 1963 เด็กชายวัยรุ่นนาม Frank Abagnale ที่อาศัยอยู่ในมหานคร New York กับบิดาของเขาผู้มีนามว่า Frank Abagnale Sr. และผู้เป็นมารดา Paula แม่ของเขาเป็นชาวฝรั่งเศส ต่อมา Frank Sr. ประสบปัญหาทางด้านภาษีอย่างรุนแรง ทำให้ครอบครัวของเขา ถูกบังคับให้ย้ายจากบ้านหลังใหญ่โตโออ่า ไปอยู่อพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ อันสุดคับแคบ เรื่องราวในครอบครัวมึนตึงขึ้นทุกวัน Paula ดันแอบไปมีความสัมพันธ์กับ Jack Barnes เพื่อนของสามี ขณะเดียวกัน Frank ก็ต้องย้ายโรงเรียนไปยังโรงเรียนที่มีค่าเล่าเรียนราคาถูก และเกิดปัญหาขึ้นมาจนได้ เมื่อเขาเริ่มวางตัวเป็นครูสอนภาษาฝรั่งเศส ในวันแรกที่เขาเข้าไปนั่น ซึ่งจุดเล็ก ๆ จุดนี้ค่อย ๆ สั่งสมกลายมาเป็นความสามารถพิเศษของเขา

เมื่อพ่อแม่หย่าขาดจากกัน Frank ได้หนีออกมา เขาใช้ทั้งความฉลาด และการหลอกลวงเพื่อความอยู่รอด ทำให้เขายิ่งแกร่งขึ้น จนถึงขนาดปลอมตัวเป็นนักบิน และปลอมแปลงเช็คเงินเดือน จนกระทั่งจำนวนเงินเพิ่มเป็นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์!!

เมื่อผู้ร้ายสำแดงเดช ถึงคราว FBI ต้องออกโรง เจ้าหน้าที่ Carl Hanratty เริ่มติดตาม Frank เพื่อหมายจับคามือ แต่ Frank ก็ได้หลอกเจ้าหน้าที่ FBI คนนี้อย่างยับเยิน และหนีไปได้จากการพบกันในครั้งแรก 

มุขเก่าเริ่มใช้ไม่ได้ผล คราวนี้ลองเปลี่ยนอาชีพดูบ้าง Frank ได้แอบอ้างเป็นทั้งหมอ และทนายความ อาชีพที่สร้างเงินได้มากทั้งนั้น ในฐานะคุณหมอ Frank ได้ตกหลุมรัก Brenda คนงานโรงพยาบาลที่แสนไร้เดียงสา เขาขอให้พ่อที่เป็นทนายความของ Brenda อนุญาตให้แต่งงานกับเธอ และยังต้องการความช่วยเหลือจากเขา ในการเตรียมการสอบอีกต่างหาก ซึ่งทุกอย่างกำลังจะเป็นไปได้สวย แต่แล้วนาย FBI ก็ตามมาเจอ เจ้าหน้าที่ Carl แอบติดตามตัวละครเอกของเราไปงานหมั้น แต่แล้วสัญชาติญาณเอาตัวรอดก็สั่นระริก หนีเท่านั้น คือ คำตอบ Frank รอดตัวผ่านหน้าต่างห้องนอนออกไป เพียงไม่กี่นาทีก่อนที่เจ้าหน้าที่ FBI จะไปถึงตัวเขา ฉากนี้เล่นเอาผู้ชมลุ้นกันตัวโก่ง

มีการเปลี่ยนเรื่องราวไปบ้าง ตามใจผู้กำกับ Steven Spielberg

อย่างไรก็ตามมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดต่าง ๆ จากเหตุการณ์ในชีวิตจริงไปบ้าง โดย Abagnale เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาเชื่อว่า Steven Spielberg เป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ที่สามารถทำหนังเรื่องนี้ให้มีความยุติธรรมได้ ซึ่งน่าจะหมายถึงการเล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา ตามเหตุการณ์จริง แต่อย่างไรก็ตาม Abagnale ตัวจริง ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เท่าไหร่นัก ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2001 Abagnale ออกมากล่าวว่า “ผมไม่เคยพบ หรือพูดกับ Steven Spielberg มาก่อน และไม่ได้อ่านสคริปต์ด้วย แต่ผมไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ ที่พวกเขาแสดงให้เห็นภาพพ่อของผมในแง่ที่ดีขึ้น โดย Steven Spielberg ได้บอกนักเขียนบทภาพยนตร์เป็นการส่วนตัวว่า เขาต้องการสร้างความสมบูรณ์ในเรื่องของความสัมพันธ์ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางเหตุการณ์ที่หลอกลวง ในท้ายที่สุดภาพรวมของภาพยนตร์เรื่องนี้ จะต้องเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ตื่นเต้นและตลก และสอดแทรกข้อความสำคัญที่ทำให้ผู้ชมตระหนักถึง เรื่องราวที่เกี่ยวกับครอบครัววัยเด็ก และการหย่าร้าง”

แท้จริงแล้ว Abagnale ไม่เคยกลับไปพบกับพ่อเขาอีกเลย 

หลังจากที่เขาหนีออกจากบ้าน เพราะพ่อแม่หย่ากัน ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่ได้เห็นพ่อ แต่เมื่อนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ Steven Spielberg ต้องการสานต่อความสัมพันธ์ของ Frank กับพ่อ เพื่อแสดงฉาก หนังใหม่ ที่พ่อภูมิใจในตัวเขา ซึ่งเป็นฉากครอบครัวเรียกความประทับใจ ทางด้าน Abagnale ตัวจริงเอง ได้ยกย่องความคิดนี้ โดยเขากล่าวว่า “ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เห็นพ่อของอีกครั้งก็ตามที แต่ในทุก ๆ คืนหลังจากใช้ชีวิตที่สดใส และพบกับผู้หญิงมากมายหลายคน อีกทั้งยังสามารถทำเงินได้มากมาย ผมก็จะกลับมาพักคนเดียวที่ห้องพักของโรงแรม นั่งนึกถึงพ่อและแม่ แล้วจินตนาการว่า จะสามารถพาพวกเขากลับมารวมกันอีกครั้งได้อย่างไร และผมก็ร้องไห้ออกมา”

เหตุการณ์บ้านแตก และปมวัยเด็กที่มีปัญหา เป็นสิ่งที่ผู้กำกับนามเปรื่องคนนี้อยากเล่น เพราะพ่อแม่ของ Spielberg ก็หย่ากันเมื่อตอนที่เขายังเป็นเด็กวัยรุ่น ซึ่งคล้ายกับสถานการณ์ของ Abagnale เขาออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า “ภาพยนตร์ของผมบางเรื่อง ก็เกี่ยวข้องกับบ้านที่แตกสลาย และผู้คนต่างวิ่งหนีจากอดีตอันแสนเศร้าของพวกเขา” ซึ่งการสร้างเรื่องใหม่ในครั้งนี้ อาจเป็นการตอบสนองความรู้สึกลึก ๆ ของเขาที่อยากเห็นครอบครัวกลับมาเป็นครอบครัวที่มีความรักให้กัน อีกครั้งก็ได้ ถึงแม้ในชีวิตจริงอาจไม่มีวันนั้นแต่อยู่ในผลงานก็ยังดี

นอกจากนี้ Spielberg ยังต้องการสร้างภาพยนตร์ที่แสดงให้เห็นถึงความฉลาดของ Frank โดยเขาอธิบายเพิ่มเติมว่า “Frank เป็นอัจฉริยะแห่งศตวรรษที่ 21 ตัวจริง ที่ทำงานหลอกคน ภายในความไร้เดียงสา ในช่วงกลางยุค 60 และพยายามสร้างหนังที่ทำให้คนดูจับทางไม่ถูกด้วย” 

ทางด้าน Abagnale ออกมากล่าวว่า “ผมรู้ว่าฮอลลีวูดมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในเรื่องนี้ แต่ก็ยังรู้สึกเป็นเกียรติที่ทั้ง สตี Spielberg ผู้กำกับชื่อดัง รวมทั้งนักแสดงอย่าง Leonardo DiCaprio และ Tom Hanks เข้าร่วม ในการสร้างภาพยนตร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตของผม สิ่งสำคัญ คือ ต้องเข้าใจว่ามันเป็นเพียงหนัง ไม่ใช่สารคดีชีวประวัติที่มีข้อมูลแบบแน่น ๆ

อีกหนึ่งผลงานที่มีรสชาติที่แปลกไปของ Steven Spielberg

Catch Me If You Can แสดง ดูหนัง ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ของผู้กำกับ Steven Spielberg ภาพยนตร์เรื่องนี้เบากว่าเรื่องอื่น ๆ ที่เขาเคยทำมานาน Catch Me If You Can จะพาคุณกลับไปสู้ช่วงปลายยุค 50 และต้นยุค 60 ซึงเป็นยุคแห่งความไร้เดียงสา ก่อนเกิดเหตุต่อต้านวัฒนธรรมวอเตอร์เกตเสียอีก อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาแห่งการก่อการร้ายระหว่างประเทศอื่น ๆ 

สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนหนุ่มสามารถหลอกผู้ใหญ่ได้ แน่นอนเพราะเขามีสมองที่ชาญฉลาด มีความมั่นใจ ตีเนียนไปกับทุกสถานการณ์ และอีกเรื่อง ก็คือ ไม่มีใครสามารถจินตนาการถึงการหลอกลวงดังกล่าวได้ และคงไม่มีใครคาดคิดว่า ทุกคนจะสามารถปลอมแปลงรหัสประจำตัว และเผชิญหน้ากับผู้คนต่าง ๆ ในสนามบินได้ ด้วยความแนบเนียนขนาดนั้น

การเขียนสคริปต์ของ Jeff Nathanson ได้รับแรงบันดาลใจ มาจากเรื่องราวของ Frank Abagnale แบบเต็ม ๆ ที่ผ่านมาตัวเขาเอง เป็นทั้งครู, นักบิน, แพทย์ และทนายความ ซึ่งเป็นอาชีพที่โดดเด่นทั้งนั้น อีกทั้งยังใช้ระยะเวลา 5 ปีสร้างเงินสดล้านดอลลาร์ในเช็คปลอมแปลง ต่อมาผู้ชายสมองเปรื่องคนนี้ ได้ใช้ความสามารถถูกจุด เขาได้ทำงานร่วมกับ FBI กลายเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญชั้นแนวหน้าของโลก ในเรื่องการฉ้อโกง การปลอมแปลง และการฉ้อฉล 

จบไปแล้วกับการรีวิวหนัง Catch Me If You Can อย่าลืมติดตามการรีวิวหนัง และดูหนังดราม่าใหม่ ๆ ได้ที่ “moviethai

 

Leave a Reply